มาตรฐาน ANSI ISEA 105 คืออะไร


   ANSI/ISEA 105 เป็นมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้กำหนดวิธีทดสอบและจัดระดับสมรรถนะของอุปกรณ์ป้องกันมือ เช่น ความทนทานต่อการบาดเฉือน การเสียดสี และการเจาะทะลุ

 

   ANSI/ISEA 105 ฉบับปี 2016 ปรับระดับการกันบาดจากระบบเดิม 5 ระดับ เป็น 9 ระดับ ตั้งแต่ A1 ถึง A9 เพื่อจำแนกประสิทธิภาพได้ละเอียดขึ้น โดยใช้วิธีทดสอบตาม ASTM F2992 ปัจจุบันมีฉบับปี 2024 ซึ่งยังคงระดับการกันบาด A1 ถึง A9 และปรับแนวทางด้านการจำแนกและการแสดงเครื่องหมายให้ชัดเจนขึ้น

 

 

ระดับการกันบาด ANSI A1 ถึง A9

   ผลการทดสอบแสดงเป็นแรงหรือน้ำหนักในหน่วยกรัมที่ทำให้ใบมีดตัดผ่านวัสดุภายในระยะการเคลื่อนที่ 20 มิลลิเมตร

 

ระดับ ANSI

ค่าแรงตัด

A1

200-499 กรัม

A2

500-999 กรัม

A3

1,000-1,499 กรัม

A4

1,500-2,199 กรัม

A5

2,200-2,999 กรัม

A6

3,000-3,999 กรัม

A7

4,000-4,999 กรัม

A8

5,000-5,999 กรัม

A9

6,000 กรัมขึ้นไป

ยิ่งระดับ A สูง ถุงมือยิ่งสามารถทนต่อแรงตัดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบได้มากขึ้น

 


 

ตัวอย่างระดับการป้องกันของถุงมือ PELTA
   ถุงมือของ OTS มีหลายรุ่นสำหรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน จึงควรอ่านรหัสของแต่ละรุ่นแยกตามตำแหน่ง ไม่ควรเลือกจากชื่อรุ่นหรือความหนาเพียงอย่างเดียว

 

ผลิตภัณฑ์ OTS

มาตรฐานตัวอย่าง

เหมาะสำหรับ

ถุงมือโพลีเอสเตอร์

เคลือบ PU

EN 388 3131

งานประกอบ บรรจุสินค้า คลังสินค้า และงานทั่วไปที่เน้นความคล่องตัว

PELTA รุ่น CUT5D

EN 388 4543D และ ANSI A4

งานโลหะ งานประกอบชิ้นส่วน และงานที่มีความเสี่ยงจากขอบคมระดับปานกลาง

PELTA รุ่น CUT5E

EN 388 4543E และ ANSI A6

งานแผ่นโลหะ งานกระจก งานรีไซเคิล และงานที่มีความเสี่ยงจากการบาดสูงขึ้น

หมายเหตุ ถุงมือเคลือบ PU รุ่น EN 388 3131 ช่วยด้านการยึดจับและความทนทานต่อการเสียดสี แต่ไม่ได้เป็นถุงมือกันบาดระดับ D หรือ E หากงานมีขอบคมควรเลือกถุงมือกันบาดที่ผ่านระดับเหมาะสมกับความเสี่ยง

 

PELTA รุ่น CUT5D ระดับ ANSI A4

   รองรับแรงตัดตามช่วงระดับ A4 คือ 1,500-2,199 กรัม เหมาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงจากขอบคมในระดับปานกลาง เช่น งานประกอบชิ้นส่วน งานโลหะบางประเภท งานซ่อมบำรุง และงานอุตสาหกรรมทั่วไป

 

PELTA รุ่น CUT5E ระดับ ANSI A6

   รองรับแรงตัดตามช่วงระดับ A6 คือ 3,000-3,999 กรัม ให้การป้องกันการบาดเฉือนสูงกว่าระดับ A4 เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสวัสดุมีคมหรือขอบคมเป็นประจำ เช่น งานแผ่นโลหะ งานกระจก งานรีไซเคิล และงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ข้อมูลมาตรฐานของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นควรอ้างอิงจากฉลาก เอกสารผลการทดสอบ หรือเอกสารรับรองของรุ่นและล็อตสินค้านั้นโดยตรง

 

ข้อจำกัดของมาตรฐาน EN 388

EN 388 ประเมินความทนทานต่อความเสี่ยงทางกลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าถุงมือจะป้องกันอันตรายประเภทอื่นได้โดยอัตโนมัติ

  • งานสัมผัสสารเคมี ควรตรวจสอบมาตรฐานสำหรับถุงมือป้องกันสารเคมี เช่น EN ISO 374

  • งานสัมผัสความร้อนหรือเปลวไฟ ควรตรวจสอบมาตรฐาน EN 407

  • งานไฟฟ้า ต้องใช้ถุงมือฉนวนไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานเฉพาะ ไม่ควรใช้ค่า EN 388 เป็นตัวตัดสิน

  • งานที่มีอันตรายหลายประเภทพร้อมกัน ต้องพิจารณามาตรฐานที่เกี่ยวข้องทุกด้าน

นอกจากนี้ ค่า Puncture Resistance ของ EN 388 ทดสอบด้วยหัวทดสอบปลายทู่ จึงไม่ใช่ผลการรับรองการป้องกันเข็มฉีดยาหรือวัตถุปลายแหลมทุกชนิด

 

EN 388 และ ANSI ISEA 105 เปรียบเทียบกันโดยตรงได้หรือไม่

แม้ว่าทั้งสองมาตรฐานจะใช้ประเมินความสามารถในการป้องกันการบาดเฉือน แต่มีวิธีทดสอบ หน่วยวัด และระบบจัดระดับแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำระดับ EN 388 เช่น D หรือ E ไปเทียบกับ ANSI A4 หรือ A6 แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ควรพิจารณาผลของแต่ละมาตรฐานแยกจากกันและเลือกใช้ตามข้อกำหนดของสถานประกอบการ

 

วิธีเลือกถุงมือนิรภัยให้เหมาะกับงาน

  1. ลักษณะของวัสดุและขอบคมที่ต้องสัมผัส

  2. ทิศทาง แรง และความถี่ของการสัมผัส

  3. ความเสี่ยงด้านการเสียดสี การฉีกขาด และการเจาะทะลุ

  4. ความคล่องตัวและความกระชับที่ผู้ปฏิบัติงานต้องการ

  5. สภาพแวดล้อม เช่น ความเปียก น้ำมัน ความร้อน หรือสารเคมี

  6. ผลการทดสอบของถุงมือรุ่นที่ต้องการใช้งาน

  7. ขนาดถุงมือที่เหมาะสมกับมือของผู้สวมใส่

สำหรับสถานประกอบการ ควรบันทึกผลการประเมินความเสี่ยงและเหตุผลในการเลือกระดับถุงมือ รวมถึงกำหนดรอบตรวจสภาพและเปลี่ยนถุงมือเมื่อชำรุด

 

คำถามที่พบบ่อย

ตัว X ในรหัส EN 388 หมายถึงอะไร

   X หมายถึงไม่มีการรายงานระดับในตำแหน่งนั้น อาจเกิดจากไม่ได้ทดสอบหรือวิธีทดสอบนั้นไม่เหมาะกับวัสดุ เช่น ถุงมือกันบาดสูงบางรุ่นอาจแสดง X ในตำแหน่ง Coup Test และใช้ผล TDM แทน

 

EN 388 ระดับ E เหมือนกับ ANSI A6 หรือไม่

   ไม่เหมือนกันและไม่ควรเทียบโดยตรง EN 388 ระดับ A ถึง F แสดงแรงตัดเป็นนิวตัน ส่วน ANSI A1 ถึง A9 แสดงช่วงแรงตัดเป็นกรัม ต้องอ่านผลภายใต้มาตรฐานของตนเอง

 

ถุงมือ EN 388 ระดับสูงป้องกันสารเคมีได้หรือไม่

   สรุปไม่ได้จาก EN 388 เพราะมาตรฐานนี้ประเมินความเสี่ยงทางกล งานสัมผัสสารเคมีต้องตรวจสอบมาตรฐานและผลทดสอบด้านสารเคมีแยกต่างหาก

 

ควรเลือกถุงมือกันบาดระดับใด

   ไม่มีระดับเดียวที่เหมาะกับทุกงาน ควรเริ่มจากประเมินชนิดของขอบคม แรงและทิศทางการสัมผัส ความถี่ ระยะเวลาทำงาน และความคล่องตัวที่ต้องการ แล้วจึงเลือกผลทดสอบของถุงมือให้ตรงกับอันตราย

 

สรุป

   การเลือกถุงมือนิรภัยไม่ควรพิจารณาจากความหนา สี หรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบรหัสมาตรฐานและระดับประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของงาน 

   EN 388 ช่วยให้ผู้ใช้งานพิจารณาประสิทธิภาพด้านความเสี่ยงทางกลหลายด้าน ส่วน ANSI/ISEA 105 มีระบบระดับ A1 ถึง A9 ที่ช่วยจำแนกความต้านทานการบาดเฉือนได้อย่างละเอียด

   อย่างไรก็ตาม ถุงมือกันบาดช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ แต่ไม่มีถุงมือรุ่นใดป้องกันการบาดได้ในทุกสถานการณ์ ผู้ใช้งานควรประเมินความเสี่ยงในหน้างาน ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และเปลี่ยนถุงมือทันทีเมื่อพบการชำรุด

   หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกถุงมือกันบาดระดับใด สามารถติดต่อทีมงาน OTS Import & Supply เพื่อขอคำแนะนำและเลือกถุงมือ PELTA ให้เหมาะกับลักษณะงานของคุณได้ค่ะ

แล้วพบกันใหม่กับสาระความรู้ด้านอุปกรณ์เซฟตี้จาก “น้องเพลต้า” นะคะ