ระดับการกันบาด ANSI A1 ถึง A9
ผลการทดสอบแสดงเป็นแรงหรือน้ำหนักในหน่วยกรัมที่ทำให้ใบมีดตัดผ่านวัสดุภายในระยะการเคลื่อนที่ 20 มิลลิเมตร
|
ระดับ ANSI
|
ค่าแรงตัด
|
|
A1
|
200-499 กรัม
|
|
A2
|
500-999 กรัม
|
|
A3
|
1,000-1,499 กรัม
|
|
A4
|
1,500-2,199 กรัม
|
|
A5
|
2,200-2,999 กรัม
|
|
A6
|
3,000-3,999 กรัม
|
|
A7
|
4,000-4,999 กรัม
|
|
A8
|
5,000-5,999 กรัม
|
|
A9
|
6,000 กรัมขึ้นไป
|
ยิ่งระดับ A สูง ถุงมือยิ่งสามารถทนต่อแรงตัดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบได้มากขึ้น
ตัวอย่างระดับการป้องกันของถุงมือ PELTA
ถุงมือของ OTS มีหลายรุ่นสำหรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน จึงควรอ่านรหัสของแต่ละรุ่นแยกตามตำแหน่ง ไม่ควรเลือกจากชื่อรุ่นหรือความหนาเพียงอย่างเดียว
|
ผลิตภัณฑ์ OTS
|
มาตรฐานตัวอย่าง
|
เหมาะสำหรับ
|
|
ถุงมือโพลีเอสเตอร์
เคลือบ PU
|
EN 388 3131
|
งานประกอบ บรรจุสินค้า คลังสินค้า และงานทั่วไปที่เน้นความคล่องตัว
|
|
PELTA รุ่น CUT5D
|
EN 388 4543D และ ANSI A4
|
งานโลหะ งานประกอบชิ้นส่วน และงานที่มีความเสี่ยงจากขอบคมระดับปานกลาง
|
|
PELTA รุ่น CUT5E
|
EN 388 4543E และ ANSI A6
|
งานแผ่นโลหะ งานกระจก งานรีไซเคิล และงานที่มีความเสี่ยงจากการบาดสูงขึ้น
|
หมายเหตุ ถุงมือเคลือบ PU รุ่น EN 388 3131 ช่วยด้านการยึดจับและความทนทานต่อการเสียดสี แต่ไม่ได้เป็นถุงมือกันบาดระดับ D หรือ E หากงานมีขอบคมควรเลือกถุงมือกันบาดที่ผ่านระดับเหมาะสมกับความเสี่ยง
PELTA รุ่น CUT5D ระดับ ANSI A4
รองรับแรงตัดตามช่วงระดับ A4 คือ 1,500-2,199 กรัม เหมาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงจากขอบคมในระดับปานกลาง เช่น งานประกอบชิ้นส่วน งานโลหะบางประเภท งานซ่อมบำรุง และงานอุตสาหกรรมทั่วไป
PELTA รุ่น CUT5E ระดับ ANSI A6
รองรับแรงตัดตามช่วงระดับ A6 คือ 3,000-3,999 กรัม ให้การป้องกันการบาดเฉือนสูงกว่าระดับ A4 เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสวัสดุมีคมหรือขอบคมเป็นประจำ เช่น งานแผ่นโลหะ งานกระจก งานรีไซเคิล และงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
ข้อมูลมาตรฐานของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นควรอ้างอิงจากฉลาก เอกสารผลการทดสอบ หรือเอกสารรับรองของรุ่นและล็อตสินค้านั้นโดยตรง
ข้อจำกัดของมาตรฐาน EN 388
EN 388 ประเมินความทนทานต่อความเสี่ยงทางกลเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าถุงมือจะป้องกันอันตรายประเภทอื่นได้โดยอัตโนมัติ
-
งานสัมผัสสารเคมี ควรตรวจสอบมาตรฐานสำหรับถุงมือป้องกันสารเคมี เช่น EN ISO 374
-
งานสัมผัสความร้อนหรือเปลวไฟ ควรตรวจสอบมาตรฐาน EN 407
-
งานไฟฟ้า ต้องใช้ถุงมือฉนวนไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานเฉพาะ ไม่ควรใช้ค่า EN 388 เป็นตัวตัดสิน
-
งานที่มีอันตรายหลายประเภทพร้อมกัน ต้องพิจารณามาตรฐานที่เกี่ยวข้องทุกด้าน
นอกจากนี้ ค่า Puncture Resistance ของ EN 388 ทดสอบด้วยหัวทดสอบปลายทู่ จึงไม่ใช่ผลการรับรองการป้องกันเข็มฉีดยาหรือวัตถุปลายแหลมทุกชนิด
EN 388 และ ANSI ISEA 105 เปรียบเทียบกันโดยตรงได้หรือไม่
แม้ว่าทั้งสองมาตรฐานจะใช้ประเมินความสามารถในการป้องกันการบาดเฉือน แต่มีวิธีทดสอบ หน่วยวัด และระบบจัดระดับแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำระดับ EN 388 เช่น D หรือ E ไปเทียบกับ ANSI A4 หรือ A6 แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ควรพิจารณาผลของแต่ละมาตรฐานแยกจากกันและเลือกใช้ตามข้อกำหนดของสถานประกอบการ
วิธีเลือกถุงมือนิรภัยให้เหมาะกับงาน
-
ลักษณะของวัสดุและขอบคมที่ต้องสัมผัส
-
ทิศทาง แรง และความถี่ของการสัมผัส
-
ความเสี่ยงด้านการเสียดสี การฉีกขาด และการเจาะทะลุ
-
ความคล่องตัวและความกระชับที่ผู้ปฏิบัติงานต้องการ
-
สภาพแวดล้อม เช่น ความเปียก น้ำมัน ความร้อน หรือสารเคมี
-
ผลการทดสอบของถุงมือรุ่นที่ต้องการใช้งาน
-
ขนาดถุงมือที่เหมาะสมกับมือของผู้สวมใส่
สำหรับสถานประกอบการ ควรบันทึกผลการประเมินความเสี่ยงและเหตุผลในการเลือกระดับถุงมือ รวมถึงกำหนดรอบตรวจสภาพและเปลี่ยนถุงมือเมื่อชำรุด
คำถามที่พบบ่อย
ตัว X ในรหัส EN 388 หมายถึงอะไร
X หมายถึงไม่มีการรายงานระดับในตำแหน่งนั้น อาจเกิดจากไม่ได้ทดสอบหรือวิธีทดสอบนั้นไม่เหมาะกับวัสดุ เช่น ถุงมือกันบาดสูงบางรุ่นอาจแสดง X ในตำแหน่ง Coup Test และใช้ผล TDM แทน
EN 388 ระดับ E เหมือนกับ ANSI A6 หรือไม่
ไม่เหมือนกันและไม่ควรเทียบโดยตรง EN 388 ระดับ A ถึง F แสดงแรงตัดเป็นนิวตัน ส่วน ANSI A1 ถึง A9 แสดงช่วงแรงตัดเป็นกรัม ต้องอ่านผลภายใต้มาตรฐานของตนเอง
ถุงมือ EN 388 ระดับสูงป้องกันสารเคมีได้หรือไม่
สรุปไม่ได้จาก EN 388 เพราะมาตรฐานนี้ประเมินความเสี่ยงทางกล งานสัมผัสสารเคมีต้องตรวจสอบมาตรฐานและผลทดสอบด้านสารเคมีแยกต่างหาก
ควรเลือกถุงมือกันบาดระดับใด
ไม่มีระดับเดียวที่เหมาะกับทุกงาน ควรเริ่มจากประเมินชนิดของขอบคม แรงและทิศทางการสัมผัส ความถี่ ระยะเวลาทำงาน และความคล่องตัวที่ต้องการ แล้วจึงเลือกผลทดสอบของถุงมือให้ตรงกับอันตราย
สรุป
การเลือกถุงมือนิรภัยไม่ควรพิจารณาจากความหนา สี หรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบรหัสมาตรฐานและระดับประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของงาน
EN 388 ช่วยให้ผู้ใช้งานพิจารณาประสิทธิภาพด้านความเสี่ยงทางกลหลายด้าน ส่วน ANSI/ISEA 105 มีระบบระดับ A1 ถึง A9 ที่ช่วยจำแนกความต้านทานการบาดเฉือนได้อย่างละเอียด
อย่างไรก็ตาม ถุงมือกันบาดช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ แต่ไม่มีถุงมือรุ่นใดป้องกันการบาดได้ในทุกสถานการณ์ ผู้ใช้งานควรประเมินความเสี่ยงในหน้างาน ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และเปลี่ยนถุงมือทันทีเมื่อพบการชำรุด
หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกถุงมือกันบาดระดับใด สามารถติดต่อทีมงาน OTS Import & Supply เพื่อขอคำแนะนำและเลือกถุงมือ PELTA ให้เหมาะกับลักษณะงานของคุณได้ค่ะ
แล้วพบกันใหม่กับสาระความรู้ด้านอุปกรณ์เซฟตี้จาก “น้องเพลต้า” นะคะ